⚙️ การทำงานระบบ Slip Form: การก่อสร้าง Core Wall อย่างปลอดภัย
บทนำ
ในยุคที่อาคารสูงและโครงสร้างแนวดิ่งเพิ่มมากขึ้น “Slip Form System” กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญในงานก่อสร้างที่ต้องการความรวดเร็ว ความต่อเนื่อง และคุณภาพคอนกรีตที่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในส่วนของ Core Wall ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอาคารสูง เช่น โครงสร้างลิฟต์ บันไดหนีไฟ หรือปล่องลิฟต์งานระบบต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม การทำงานด้วยระบบ Slip Form ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคนิคการเทคอนกรีตเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัย “การบริหารความปลอดภัยอย่างเข้มงวด” เนื่องจากเป็นงานที่ดำเนินการบนที่สูงตลอด 24 ชั่วโมง และเกี่ยวข้องกับระบบไฮดรอลิกส์ที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
🔩 หลักการทำงานของระบบ Slip Form
Slip Form คือ ระบบแบบหล่อคอนกรีตแนวดิ่งที่ยกขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบไฮดรอลิกส์ คอนกรีตจะถูกเทเข้าสู่แบบหล่อที่เคลื่อนตัวขึ้นช้า ๆ ตลอดเวลา โดยเมื่อคอนกรีตส่วนล่างแข็งตัวเพียงพอ ก็จะสามารถรับน้ำหนักของตนเองได้
ข้อดีของระบบ Slip Form ได้แก่:
- ทำงานได้รวดเร็วมาก ลดระยะเวลาก่อสร้าง
- ลดรอยต่อของคอนกรีต (Cold Joint)
- ลดการใช้นั่งร้านและอุปกรณ์เสริม
- ทำให้ไซต์งานสะอาด เป็นระเบียบ และจัดการพื้นที่ได้ง่าย
⚠️ ขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัย (Safe Working Procedure)
เนื่องจากเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งด้านการทำงานบนที่สูง ระบบกลไก และการเทคอนกรีตต่อเนื่อง การวางแผนและการควบคุมจึงต้อง เข้มงวดและรอบคอบตั้งแต่ต้นจนจบงาน
1️⃣ การวางแผนและการควบคุมระบบ (System Control)
- ตรวจสอบแบบและโครงสร้าง Slip Form ให้มั่นคงก่อนเริ่มใช้งาน
- ตรวจสอบระบบไฮดรอลิกส์ ปั๊ม และอุปกรณ์ยกทุกชุดให้พร้อมใช้งาน
- กำหนดอัตราการยกขึ้นของแบบหล่อให้เหมาะสมกับการเซ็ตตัวของคอนกรีต
- มีผู้ควบคุมงาน (Supervisor) ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางคอยดูแลตลอดการทำงาน
2️⃣ การจัดพื้นที่ทำงานบนที่สูง
- ติดตั้งราวกันตก พื้นทางเดิน และบันไดขึ้น-ลง ที่ปลอดภัยและมั่นคง
- จัดให้มีพื้นที่เก็บวัสดุอย่างเป็นระเบียบ ป้องกันสิ่งของตกหล่น
- จำกัดจำนวนคนทำงานบน Slip Form ให้เหมาะสมกับพื้นที่
3️⃣ การทำงานเทคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง
- ใช้วิศวกรควบคุมคอนกรีตตรวจสอบค่าการเซ็ตตัว ความหนืด และอุณหภูมิ
- หลีกเลี่ยงการหยุดเทคอนกรีตกลางคัน เพราะอาจทำให้เกิดรอยต่อหรือความไม่ต่อเนื่องของโครงสร้าง
- ใช้การสื่อสารชัดเจนระหว่างทีมเทคอนกรีต ทีมควบคุมแบบ และทีมยกแบบ
4️⃣ การตรวจสอบและบำรุงรักษา
- ตรวจสอบความพร้อมของระบบยกทุก 4 ชั่วโมง หรือก่อนเริ่มงานแต่ละช่วง
- มีแผนฉุกเฉิน (Emergency Plan) หากระบบไฮดรอลิกส์ขัดข้อง
- บันทึกข้อมูลการทำงาน (Log Sheet) เพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนหลัง
🧱 สรุป
งานระบบ Slip Form คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้การก่อสร้าง Core Wall มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น แต่ก็ต้องอาศัย ความเข้าใจในกระบวนการ ความพร้อมของอุปกรณ์ และการบริหารความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด
📢
งานก่อสร้างจะเร็วและปลอดภัยได้ ต้องเริ่มจาก “การวางแผนและควบคุมอย่างมืออาชีพ”
อ่านเนื้อหาฉบับเต็มเพิ่มเติม และบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยในงานก่อสร้างได้ที่
👉 SafetyXpert Blog
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น