อัปเดตกฎหมายใหม่! นายจ้างต้องตรวจระบบไฟฟ้าทุกปี ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ

อัปเดตกฎหมายใหม่! นายจ้างต้องตรวจระบบไฟฟ้าทุกปี ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ 

ความปลอดภัยในสถานประกอบการไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะ "ระบบไฟฟ้า" ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอัคคีภัย ไฟฟ้าช็อต และอุบัติเหตุร้ายแรงในโรงงาน อาคารสำนักงาน และไซต์งานก่อสร้าง

ล่าสุด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ออกประกาศฉบับใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้มีความชัดเจน เข้มงวด และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น นายจ้างและฝ่ายความปลอดภัยจึงควรอัปเดตข้อมูลให้ทัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งด้านชีวิต ทรัพย์สิน และกฎหมาย



ทำไมต้องตรวจระบบไฟฟ้าทุกปี?

การตรวจสอบระบบไฟฟ้า ไม่ใช่เพียงเรื่องของการป้องกันอุบัติเหตุ แต่เป็น หน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้าง โดยตรง หากปล่อยปละละเลยอาจนำไปสู่

  • 🔥 อัคคีภัยจากไฟฟ้าลัดวงจร
  • ⚡ อุบัติเหตุไฟฟ้าช็อตพนักงาน
  • 💸 ความเสียหายต่อเครื่องจักรและทรัพย์สิน
  • ⚖️ ความผิดตามกฎหมายความปลอดภัยฯ

การตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยยืนยันว่า อุปกรณ์ไฟฟ้า หม้อแปลง สายไฟ และตู้ควบคุม ยังอยู่ในสภาพปลอดภัย พร้อมใช้งาน และเป็นไปตามมาตรฐาน


กฎหมายที่เกี่ยวข้องที่นายจ้างควรรู้

การตรวจระบบไฟฟ้าในสถานประกอบการ อ้างอิงกฎหมายหลักดังนี้

  1. พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (กฎหมายแม่บท)
  2. กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558
  3. ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า (ฉบับล่าสุด 23 ธันวาคม 2567) ซึ่งให้ใช้บังคับแทนฉบับเดิม

เปรียบเทียบประกาศเดิม vs ประกาศใหม่ (2567)

หัวข้อ ฉบับเดิม (2558) ฉบับใหม่ (2567)
ความชัดเจนของแบบฟอร์ม ค่อนข้างกว้าง ไม่ลงรายละเอียดบางอุปกรณ์ ละเอียด แยกหมวดชัดเจน เช่น แรงสูง หม้อแปลง ตู้เมน ระบบแรงต่ำ
ช่องทางการส่งรายงาน เอกสารกระดาษ / ยื่นด้วยตนเอง เน้น ระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการฯ
การซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น อาจต้องตรวจหลายรอบ หากตรวจตามกฎหมายโรงงานหรือควบคุมอาคารแล้ว ให้ถือว่าครอบคลุม
คุณสมบัติผู้ตรวจ วิศวกรตามกฎหมาย ต้องเป็นบุคคลหรือบริษัทที่ขึ้นทะเบียนตาม มาตรา 9 หรือ 11 เท่านั้น

ใครบ้างที่ต้องตรวจระบบไฟฟ้าตามกฎหมายใหม่?

ตามประกาศฉบับปี 2567 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง นายจ้างเกือบทุกประเภท ที่มีการใช้ไฟฟ้า มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

1. ประเภทสถานประกอบการที่ครอบคลุม

  • 🏭 โรงงานอุตสาหกรรม ทุกประเภท
  • 🏗️ งานก่อสร้าง อาคาร ถนน สะพาน และงานสาธารณูปโภค
  • 🏢 อาคารขนาดใหญ่และอาคารสาธารณะ เช่น ห้าง โรงแรม โรงพยาบาล สำนักงาน
  • 🛒 สถานประกอบการเชิงพาณิชย์ ร้านค้า คลังสินค้า สถานีบริการน้ำมัน/ก๊าซ

เพียงแค่มี ลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป และมีการติดตั้งระบบไฟฟ้า ก็เข้าข่ายตามกฎหมายทันที


2. ลักษณะงานที่มีความเสี่ยงสูง (ต้องตรวจเข้มเป็นพิเศษ)

  • ⚠️ งานในที่อับอากาศ (Confined Space) เช่น ถัง บ่อ อุโมงค์
  • 🔥 งานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ (Hot Work) งานเชื่อม งานตัดโลหะ
  • 🪜 งานบนที่สูง (Work at Height) โดยเฉพาะใกล้แนวสายไฟแรงสูง
  • 🧪 งานเกี่ยวข้องกับสารเคมีหรือสารไวไฟ ที่เสี่ยงต่อการระเบิดจากประกายไฟ

งานกลุ่มนี้มักถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด และหากเกิดอุบัติเหตุ จะถูกพิจารณาความรับผิดอย่างละเอียด


สรุปเกณฑ์ตัดสินแบบเข้าใจง่าย

หากคุณเป็น "นายจ้าง" ตามนิยามของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ 2554 และในสถานที่ทำงานมีการติดตั้งระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นแรงดันต่ำหรือแรงดันสูง

➡️ คุณมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้า อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยผู้ตรวจที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย


สรุปส่งท้ายสำหรับผู้ประกอบการและฝ่าย จป.

สิ่งที่ควรรีบดำเนินการคือ

  • ✅ ตรวจสอบว่าปีนี้ได้ตรวจระบบไฟฟ้าแล้วหรือยัง
  • ✅ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใหม่ท้ายประกาศฉบับปี 2567
  • ✅ ใช้ผู้ตรวจที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง
  • ✅ จัดเก็บรายงานในรูปแบบที่ตรวจสอบได้ (รองรับ e-Service)

การปฏิบัติตามกฎหมายไม่เพียงช่วย ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ แต่ยังช่วย ป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


📌 หมายเหตุ: ข้อมูลอ้างอิงจากราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 8 ง ลงวันที่ 13 มกราคม 2568

วันบังคับใช้

เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 14 มกราคม 2568 เป็นต้นไป (วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา)


✍️ บทความโดย SafetyXpert – เพราะความปลอดภัย ไม่ควรเป็นเรื่องที่รู้เมื่อสายเกินไป


ความคิดเห็น