ทำไมบางโครงการ Safety ถึงไม่อนุญาตให้ใช้งาน “ม้ายืนไม้” หรือ “ม้ายืนประดิษฐ์”
วิวัฒนาการจาก “ม้าไม้ทำมือ” สู่ “ม้ายืนมาตรฐาน” ที่ไซต์งานก่อสร้างยุคใหม่ต้องรู้
ในโลกของงานก่อสร้างและงานช่าง “ม้ายืน” หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ ม้าไม้ (Sawhorse / Work Platform) ถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่อยู่คู่ไซต์งานมาอย่างยาวนาน ใช้งานง่าย ทำเองได้ ราคาถูก และคล่องตัว
แต่ในอีกมุมหนึ่ง อุปกรณ์ที่ดูธรรมดานี้ กลับเป็นหนึ่งใน ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของอุบัติเหตุการพลัดตกจากที่สูง (Falls from Height)
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ หรือโครงการที่ใช้มาตรฐานสากล จะเริ่ม ไม่อนุญาตให้ใช้งานม้าไม้ทำมือหรือม้ายืนประดิษฐ์ และเปลี่ยนมาใช้ ม้ายืนโลหะที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน แทน
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเหตุผลด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ว่าทำไมแนวคิดนี้จึงกลายเป็นมาตรฐานในไซต์งานยุคใหม่
1. ยุคของ “ม้าไม้ทำมือ” : ทำไมถึงถูกจำกัดการใช้งาน
ม้าไม้ถือเป็นภูมิปัญญาช่างที่สืบทอดกันมายาวนาน มีจุดเด่นคือ
- ทำง่าย
- ใช้วัสดุในพื้นที่
- ปรับขนาดได้ตามหน้างาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในมิติของ การบริหารความปลอดภัย (Safety Management) จะพบว่าม้าไม้มีข้อจำกัดที่สำคัญหลายประการ
1.1 ไม่มีการคำนวณโครงสร้างที่ชัดเจน
ม้าไม้ที่ตีขึ้นเองส่วนใหญ่ ไม่มีการระบุค่าการรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Working Load : SWL)
ผู้ใช้งานจึงไม่สามารถทราบได้อย่างชัดเจนว่า
- รับน้ำหนักได้สูงสุดเท่าใด
- สามารถรับน้ำหนักคนพร้อมวัสดุได้หรือไม่
ความเสี่ยงที่ตามมาคือ การพังทลายของโครงสร้างโดยไม่ทันคาดคิด
1.2 การเสื่อมสภาพที่มองไม่เห็น
ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่สามารถเสื่อมสภาพได้จากหลายปัจจัย เช่น
- การผุจากภายใน
- การแตกตามแนวเสี้ยนไม้
- ตะปูหรือสกรูคลายตัวจากการยืด–หดของไม้
หลายครั้งม้าไม้ยังดูเหมือนใช้งานได้ แต่ความแข็งแรงจริงอาจลดลงไปแล้ว
1.3 ไม่มีระบบป้องกันการลื่นไถล
ขาไม้ที่สัมผัสพื้นโดยตรงมักไม่มีอุปกรณ์กันลื่น ส่งผลให้
- เกิดการไถลบนพื้นปูนเรียบ
- ลื่นง่ายเมื่อพื้นเปียกหรือมีฝุ่น
อุบัติเหตุจำนวนมากไม่ได้เกิดจากม้าหัก แต่เกิดจาก ม้าไถล (Skidding)
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ม้าไม้จึงไม่สอดคล้องกับแนวคิดการควบคุมความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล
2. ทำไมโครงการจึงเลือกใช้ “ม้ายืนสเตนเลส / อลูมิเนียม” ที่ได้มาตรฐาน
การบังคับใช้ม้ายืนโลหะที่ผ่านการรับรอง ไม่ใช่เรื่องของความสวยงามหรือความหรูหรา แต่เป็นเรื่องของ ความน่าเชื่อถือ (Reliability) และ การควบคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
2.1 ผ่านการทดสอบทางวิศวกรรม
ม้ายืนมาตรฐานจะผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล เช่น
- EN Standard
- OSHA Guideline
มีการระบุค่า SWL อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ควบคุมงานสามารถประเมินความเสี่ยงได้จริง
2.2 การออกแบบเพื่อความมั่นคง
- โครงสร้างฐานกางรูปตัว A
- มีระบบล็อคป้องกันการพับตัวขณะใช้งาน
- องศาการกางคงที่ ไม่ขึ้นกับฝีมือผู้ผลิตหน้างาน
2.3 ความทนทานและอายุการใช้งาน
- สเตนเลสและอลูมิเนียมไม่ผุ ไม่บวม
- ทนต่อการกัดกร่อน
- สภาพอุปกรณ์สามารถคาดการณ์ได้มากกว่าไม้
3. ม้ายืนได้มาตรฐาน ≠ ปลอดภัย 100%
ความสำคัญของการตรวจสอบก่อนใช้งาน
แม้จะใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรอง หากขาดการตรวจสอบและบำรุงรักษา ก็ยังคงเกิดอุบัติเหตุได้
ตัวอย่าง Checklist การตรวจสอบก่อนใช้งาน
- โครงสร้างหลักไม่มีรอยบุบ บิดงอ หรือแตกร้าว
- รอยเชื่อมไม่มีรอยร้าวหรือแยกตัว
- ระบบล็อคกางสุดและล็อคแน่น
- พื้นยืนสะอาด ไม่มีคราบน้ำมันหรือเศษวัสดุ
- ลูกยางกันลื่นอยู่ครบและไม่สึกหรอ
- ตั้งใช้งานแล้วไม่โยกหรือเอียง
ข้อควรระวังสำคัญ
ม้ายืนโลหะเป็น ตัวนำไฟฟ้า
❌ ห้ามใช้งานใกล้สายไฟเปลือยหรือไฟฟ้าแรงสูง
✔ งานไฟฟ้าควรเลือกใช้ ม้ายืนไฟเบอร์กลาส แทน
4. ทางเลือกอื่นในการทำงานที่สูงอย่างปลอดภัย
ในบางลักษณะงาน ม้ายืนอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุด วิศวกรความปลอดภัยจึงควรพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น
Podium Platform
เหมาะกับงานที่ต้องใช้มือทั้งสองข้าง มีราวกันตกครบถ้วน
Mobile Access Tower
นั่งร้านล้อเลื่อน เหมาะกับงานที่ต้องการพื้นที่ทำงานกว้างและใช้งานต่อเนื่อง
Hop-up Platform
อุปกรณ์เสริมความสูงขนาดเล็ก เน้นความคล่องตัวแต่ยังคงความเสถียร
แนวคิดสำคัญคือ เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับลักษณะงาน (Right Tool for the Right Job)
บทสรุป
การที่หลายโครงการไม่อนุญาตให้ใช้ม้าไม้หรือม้ายืนประดิษฐ์ ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อฝีมือช่าง แต่เพราะ ความปลอดภัยไม่ควรขึ้นกับดวงหรือประสบการณ์ส่วนบุคคล
การเลือกใช้ม้ายืนที่ได้มาตรฐาน ช่วย
- ลดความไม่แน่นอน
- ควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น
- ปกป้องชีวิตผู้ปฏิบัติงานและทรัพย์สินขององค์กร
ความปลอดภัยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การทำตามกฎ แต่คือการเลือกทางที่ปลอดภัยกว่าเสมอ แม้ต้องลงทุนเพิ่มก็ตาม
SafetyXpert – เพราะความปลอดภัย คือมาตรฐาน ไม่ใช่ทางเลือก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น